เมื่อเราเติบโตขึ้นมีอะไรบ้างที่ ยังคงอยู่ ไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา
สำหรับหลายคนช่วงเวลาวัยเด็กก็คงเป็นเหมือนผืนผ้าใบสีขาว มีสีต่างๆ เป็นตัวแทนของประสบการณ์และความทรงจำ คอยแต่งแต้มลงไป บางครั้งก็อาจระบายออกมาเป็นภาพที่สวยงาม บางครั้งก็อาจแต่งแต้มออกมาจนเปรอะเปื้อน แต่ถึงอย่างนั้นทุกความทรงจำก็ช่วยทำให้ผ้าใบที่เคยว่างเปล่าเต็มไปด้วยสีสันชวนให้จดจำ
เหมือนกับตัวละคร ลูอิซา (Louisa) จากหนังสือเรื่อง My Friends ของ เฟรดดริก บัคแมน (Fredrik Backman) ที่เป็นตัวละครที่ถูกแต่งแต้มสีลงบนผืนผ้าใบ จนเกือบจะมองไม่มองว่าเป็นรูปร่างอะไร เพราะความแตกสลายในใจที่มีมากเกินจะมองออก แต่แม้ลูอิซาจะเป็นผืนผ้าใบที่สีเปรอะมากเพียงใด เธอก็ยังมองภาพวาด ‘The One of the Sea’ ของ ของ ซี. แจ็ต (C. JAT) หรือคิมคิม (Kimkim) ด้วยความรู้สึกชื่นชม เธอที่ไม่ได้ชื่นชมเพียงความงดงามของทิวทัศน์ทะเลในภาพ แต่ยังสัมผัสไปถึงสายใยมิตรภาพของคน 3 คนที่ซ่อนอยู่ในนั้นด้วย
ก่อนเสียชีวิต ซี. แจ็ตได้พบลูอิซาโดยบังเอิญและประทับใจบางอย่างในตัวเธอ จึงมอบหมายให้เท็ด (Ted) เพื่อนสนิทและหนึ่งในบุคคลในภาพ นำผลงานอันล้ำค่านี้ไปมอบให้ หลังการจากไปของซี. แจ็ต ลูอิซาจึงออกเดินทางตามหาจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดในภาพ และค่อยๆ เรียนรู้ความหมายของวัยเยาว์ มิตรภาพ และการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไปพร้อมกัน

เมื่อโลกที่เคยแตกสลาย กลับมาอีกครั้ง แม้ไม่สมบูรณ์แบบ
เราทุกคนต่างเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันใดวันหนึ่ง ในระหว่างที่วันเวลาเคลื่อนผ่านไป เราอาจต้องเผชิญกับการพบเจอ เปลี่ยนแปลงหรือแม้กระทั่งการสูญเสีย หลายครั้งการเผชิญหน้าก็เร่งรุดให้เราต้องโต เพื่อจะก้าวผ่านเรื่องราวเหล่านั้น
ช่วงวัย 17 ย่าง 18 อาจเป็นช่วงเวลาที่หลายคนเฝ้าหวังเพราะจะได้ก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มภาคภูมิ แต่สำหรับลูอิซาแล้ว มันกลับกลายเป็นจุดสิ้นสุดของวัยเด็กที่เธอไม่เคยมีโอกาสได้ใช้มันอย่างสมบูรณ์แบบเหมือนคนอื่นๆ เพราะสูญเสียเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวอย่างฟิช (Fish) ไป
เมื่อมิตรภาพที่เคยเบ่งบาน ร่วงหล่นไประหว่างทางของชีวิต ความเคว้งคว้างก็คืบคลานเข้ามา เหมือนเรือที่ถูกพัดออกไปจากชาย ไร้เป้าหมายให้ไป ลอยเท้งเต้งอยู่กลางทะเล ความรู้สึกมากมายเริ่มถาโถมเข้ามาในตัวของเด็กคนหนึ่งที่เพิ่งเดินผ่านประตูบานแรกของชีวิต
สิ่งที่ยังพอจะเป็นสมอให้ลูอิซาได้ทอดไว้ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เห็นจะเป็นโปสการ์ดภาพวาด The One of the Sea ที่ใครต่างก็มองเห็นแค่ความสวยงามของทิวทัศน์ชายหาดและท้องทะเล ทว่าลูอิซากลับมองเห็นมิตรภาพที่ศิลปินแอบซ่อนเอาไว้ ด้วยเหตุนี้ เธอจึงตั่งมั่นที่จะเห็นภาพวาดของจริงให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต
เพราะไม่เหลือที่บุคคลผู้เป็นที่พึ่งทางใจ ความรู้สึกโดดเดี่ยว และความมุ่งมั่นที่จะทำตามใจของตน ผลักให้ลูอิซาตัดสินใจหนีออกจากบ้านอุปถัมภ์และบุกเข้าไปไปในงานประมูลศิลปะ เพื่อไปชมภาพ The One of the Sea ด้วยตาเนื้อสักครั้ง และยังตัดสินใจระบายสีกำแพงข้างๆ ภาพวาดเป็นรูปปลา เพื่อเป็นการรำลึกถึงเพื่อนสนิทที่จากไป
ชีวิตของลูอิซาเหมือนค่อยๆ พังทลาย เด็กคนหนึ่งที่ควรจะได้เติบโตและเบ่งบานอย่างค่อยเป็นค่อยไป กลับถูกสถานการณ์รอบตัวบีบให้ต้องรีบเป็นผู้ใหญ่ และสำหรับลูอิซาการเป็นผู้ใหญ่คือสิ่งที่เธอเกลียดมากที่สุด เพราะมันเป็นช่วงวัยที่เลวร้าย ผู้ใหญ่มีเรื่องราวมากมายให้ต้องคิดและทำ ไม่ได้มีเวลาสนุกสนานหรือเต็มอิ่มกับมิตรภาพเท่ากับวัยรุ่น
“ในสายตาเด็กเล็ก วัยรุ่นคือที่สุดของมนุษย์ และในสายตาวัยรุ่นเองก็เช่นกัน คนกลุ่มเดียวที่ไม่คิดแบบนั้นคือผู้ใหญ่ แน่นอนว่าอาจเป็นเพราะผู้ใหญ่นั่นแหละที่ชอบทำให้โลกยุ่งยากเกินความจำเป็น” ,น.1
โลกที่เคยแตกสลายของใครบางคนอาจถูกกอบกู้คืนมาได้ แต่อาจไม่มีวันกลับไปสมบูรณ์ดังเดิม เช่นเดียวกับลูอิซา งานประมูลศิลปะในวันนั้นทำให้เธอได้พบกับซี.แจ็ต ต่างฝ่ายต่างมองเห็นบางอย่างในกันและกัน ศิลปินผู้โรยแรงตัดสินใจมอบภาพวาดชิ้นโปรดของตนให้เธอผ่านเท็ด เพื่อนสนิทผู้ยืนเคียงข้างเขาจนวาระสุดท้าย หลังการจากไปของศิลปิน เท็ดนำภาพนั้นมาส่งต่อ และนับแต่นั้นเขาก็ค่อยๆ กลายเป็นดั่งเทปกาวชนิดพิเศษที่ประคองรอยร้าวในโลกใบเดิมของลูอิซา เชื่อมต่อเศษเสี้ยวความทรงจำและความรู้สึกที่กระจัดกระจาย ผ่านเรื่องเล่าในวัยเยาว์ของเขา จนโลกที่เคยพังทลายเริ่มกลับมามีรูปทรงอีกครั้ง แม้จะไม่เหมือนเดิมทั้งหมดก็ตาม
ลูอิซาต้องการเดินทางไปยังสถานที่ภายในภาพวาดนี้ ส่วนเท็ดเองก็ต้องการกลับไปยังบ้านเกิด เพื่อโปรยเถ้ากระดูกของเพื่อนผู้เป็นที่รัก ทั้งคู่จึงเดินทางไปยังสถานที่อันเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทุกอย่างด้วยกัน
ระหว่างทางเท็ดเล่าถึงอดีตที่ทำให้ภาพวาดชิ้นนี้ถือกำเนิดขึ้นมา เรื่องราวระหว่างเขาและกลุ่มเพื่อนอีก 3 คน ที่เต็มไปด้วยความเศร้า ทั้งเด็กที่เติบโตมาในบ้านที่เต็มไปด้วยความรุนแรง เด็กที่ป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอดชีวิตด ถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน รวมถึงวัยเด็กที่ต้องเผชิญกับผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยปัญหา ความโหดร้ายในโลกความเป็นจริงร้อยเรียงวัยเด็กเข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นหนึ่งมิตรภาพ ที่ช่วยโอบอุ้มให้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้
เรื่องราวของเท็ดกลายเป็นภาพสะท้อนสำคัญที่ค่อยๆ ทำให้ลูอิซาเริ่มเข้าใจความหมายของการเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งอย่างจะเลวร้าย เพียงแต่การเติบโตกำลังจะสอนให้เราได้รู้จักความเป็นจริงของโลกใบนี้มากขึ้น

เมื่อความเจ็บปวด คือถนนสายหนึ่งของการเติบโต
แม้เรื่องราวของเท็ดที่ลูอิซาได้ฟัง จะเป็นเรื่องที่ทั้งสะเทือนใจและอาบชุ่มด้วยความเศร้า แต่ในความเจ็บปวดนั้นกลับอบอวลไปด้วยความรัก การสนับสนุน และการยอมรับคุณค่าในตัวกันและกัน แล้วการที่เท็ด ผู้เป็นหนึ่งในเรื่องราวยังคงอยู่ตรงหน้าลูอิซาในวันนี้ ก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยยืนยันได้แล้วว่า บางครั้งความเจ็บปวดก็อาจเป็นถนนสายหนึ่งที่มุ่งพาเราไปสู่การเติบโตได้
การสูญเสียเพื่อนสนิทอย่าง ฟิช ไป จึงไม่ได้มอบเพียงโลกที่แหลกสลาย แต่ยังมอบอีกหนึ่งเส้นทางการเติบโตให้แก่ลูอิซาด้วยเช่นกัน ตรงกับแนวคิดเรื่อง ‘Post-Traumatic Growth’ หรือ ความงอกงามภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจ ที่อธิบายเอาว่า บางครั้งการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหลังจากเผชิญวิกฤตชีวิตหรือเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ก็อาจส่งผลกระทบในเชิงบวกได้ โดยการเติบโตนี้ไม่ได้จะปฏิเสธความทุกข์ที่เกิด แต่ในความทุกข์นั้น ก็มีอีกมุมที่อาจนำเราไปสู่การเปลี่ยนแปลงความเข้าใจต่อตนเอง ผู้อื่น และโลกใบนี้ได้
หลายคนอาจรู้สึกไม่ชอบพฤติกรรมความโผงผางและการกระทำหลายอย่างที่ลูอิซามักตัดสินใจโดยยึดอารมณ์เป็นที่ตั้ง แต่เมื่อเรื่องราวเริ่มดำเนินไปเรื่อยๆ เราก็ได้เห็นลูอิซาเริ่มเติบโตขึ้นทีละนิด มองเห็นความเป็นจริงของโลกอันโหดร้าย รับรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัว จนเห็นได้ชัดเจนว่า ความหัวขบถและการต่อต้านโลกของผู้ใหญ่ แปรเปลี่ยนกลายเป็นความเข้าใจ
ลูอิซาไม่ได้เลิกเสียใจกับการจากไปของฟิช แต่การจากไปของเพื่อนสนิทในครั้งนั้น ยังสร้างเรื่องราวบทใหม่ให้แก่ชีวิตของเธอ ทำให้เธอได้เจอผู้คนมากมาย ได้เรียนรู้ และได้ค้นพบความเข้มแข็งของตัวเอง
ท้ายสุดแล้ว เมื่อลูอิซาเติบโตขึ้น บางอย่างในชีวิตของเธอก็ต้องหล่นหายไประหว่างทางอีกเช่นกัน ทว่าก็ยังมีอีกหลายอย่างที่จะยังคงอยู่กับเธอตลอดไป
หนึ่งในนั้นคือ ‘มิตรภาพ’ ที่ไม่มีวันจางหายไป แม้เวลาจะผ่านไปเป็นวัน เดือน หรือปีก็ตาม เพียงแต่การเป็นผู้ใหญ่จะค่อยๆ เปลี่ยนมันให้อยู่ในรูปแบบของ ‘ความทรงจำ’ เท่านั้นเอง
อ้างอิงจาก