การ์ตูน Y ‘Yaoi’ จากพื้นที่แสดงพลังของผู้หญิงสู่การเป็นสื่อบันเทิงที่เปิดกว้าง

ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา หลายๆ คนน่าจะได้เห็นภาพถ่ายเซ็ตหนึ่งที่เป็นการพลิกมุมมอง โดยนำเอาสาวสวยหน้าใส 4 คนมาแต่งตัวในชุดนักเรียนชายเหมือนเพื่อนๆ จาก 4 โรงเรียนมาพบปะในท่าทางแบบที่นักเรียนชาย ณ สยามแสควร์ ย่านวัยรุ่นใจกลางเมือง ที่ไม่มีน้ำพุเซ็นเตอร์พอยท์อย่างที่คนเขียนคุ้นเคย… อุ๊ย เผลอบอกอายุ

https://www.facebook.com/Sitnamos
facebook.com/Sitnamos

ภาพที่ออกมามีทั้งชมว่าน่ารัก และคอมเม้นท์ว่าช่างภาพ นางแบบในหลายแง่มุม เช่น “การเอาสาวๆ มาใส่ขาสั้นจะทำให้พวกเธอดูอวบเกินจริง “อาจจะเป็นคดีความได้เพราะการกระทำเช่นนี้อาจจะเป็นการเอาเครื่องแบบนักเรียนมาล้อเล่นแบบไม่สมควร” และนี่ก็เป็นเพียง “แค่มโนของหญิงสาวที่ตีความเรื่องโรงเรียนชายล้วนในแบบคิดเองเออเองเท่านั้น”

 

เจอความเห็นแบบนี้แล้วเราก็อยากพูดถึงประเด็นหนึ่งที่หลายคนคิดว่า คงเป็นเพียงมโนคติของเพศหญิงที่มองไปยังผู้ชายกลุ่มหนึ่งแล้วคาดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะต้องเป็นแบบที่พวกเธอคาดการณ์ไว้ เรากำลังพูดถึงสื่อบันเทิงแบบหนึ่ง ที่ตอนนี้มีที่ยืนเป็นของตัวเองอย่างสง่าผ่าเผยในปัจจุบันอย่าง การ์ตูน Yaoi นั่นเอง

 

Yaoi คืออะไร และเริ่มต้นจากที่ไหน?

การ์ตูน Yaoi เป็นการ์ตูนกลุ่มย่อยของญี่ปุ่น คือการ์ตูน Y อย่างหนึ่งที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีเพศสภาพ (Gender) เป็นชาย และเลือกที่มีเพศวิถี (Sexuality) รักกับเพศชายด้วยกัน ในการ์ตูน Yaoi แต่ละเรื่องก็จะมีปมกับเรื่องราวที่ทำให้เกิดความรักแตกต่างกันไป ซึ่งถ้าเรียกแบบคนที่เหมารวมสักหน่อยก็จะมองว่าการ์ตูน Yaoi ก็คือ การ์ตูนชายรักชาย หรือการ์ตูนเกย์ นั่นเอง

จริงๆ แล้วการ์ตูนความสัมพันธ์ระหว่างเพศชายกับเพศชายยังมีแยกย่อยลงไปอีก ในที่นี้ขอยกการแบ่งประเภทการ์ตูนตาม วิทยานิพนธ์ ‘YAOI : การ์ตูนเกย์โดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง’ ซึ่งได้แยกประเภทจาก การ์ตูนที่ผู้หญิงผลิตสำหรับผู้หญิงเป็น Yaoi, Bi-Shounen ที่มุ่งเน้นในการนำเสนอตัวละครหนุ่มหน้าสวย และ Shounen-Ai ที่แม้จะมีตัวละครหลักเป็นชายสองคนที่มีความรักต่อกันและกัน แต่สิ่งที่โฟกัสที่ชีวิตของตัวละครแทน แต่เราไม่ได้ลืมแนว Bara,  Ojicon, Shotacon หรือ Kemono (Furry) นะ แต่มันอยู่ในกลุ่มย่อยลงไปอีกจึงขอละไว้พูดถึงในโอกาสที่สมควรเป็นการต่อไป

ส่วนคำว่า Yaoi นั้นแรกเริ่มเดิมทีก็ไม่ใช่คำที่สื่อถึงเรื่องของชายรักชายแต่อย่างใด แต่มาจากประโยคประชดประชัน ที่ว่าการ์ตูนชายรักชายในยุค 1970 ที่มาจากคำว่า YAma nashi, Ochi nashi, Imi nashi (山[場]なし、落ちなし、意味なし แปลแบบกล้อมแกล้มได้ว่า “ไม่มีจุดพีค ไม่มีจุดสรุป ไม่มีประเด็นอะไรเลย”) เนื่องจาก Yaoi จะไปโฟกัสกับความสัมพันธ์ทางเพศมากกว่าการ์ตูนอีกสองแบบ ก่อนที่คำดังกล่าวจะถูกเหล่า สาว Y รุ่นเดอะมาแซวในภายหลังว่า YAmete, Oshiri ga Itai (やめて お尻が 痛い แปลกล้อมแกล้มได้ว่า “พอเถอะ ฉันเจ็บกันจะแย่แล้ว!”) อันเนื่องจาก การ์ตูน Yaoi ในช่วงนั้นมุ่งเน้นไปทางความสัมพันธ์ของตัวละครมากกว่าการเดินเรื่อง

Kaze To Ki No Uta
anobii.com

การ์ตูน Yaoi ถูกเขียนขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปี 1970 ในฐานะการ์ตูนทำมือ หรือ โดจินชิ ส่วนการ์ตูนที่ถูกยอมรับว่าเป็น Yaoi เรื่องแรกที่สามารถขายบนดิน(ของญี่ปุ่น)ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ก็คือ เรื่อง Kaze To Ki No Uta เหตุหนึ่งที่การ์ตูน Yaoi รุ่นเดอะที่ผู้เขียนฟาดฟันอยู่ 9 ปี จึงได้รับตีพิมพ์นี้ได้รับความนิยมในหมู่ผู้อ่านเพศหญิง และผู้อ่านเกย์ เพราะเรื่องราวไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องเพศของสองตัวละครเอก แต่ยังเล่าไปถึงประวัติศาสตร์ของยุโรปในช่วงปลายศตวรรษที่ 19  ผลร้ายจากการการล่วงละเมิงทางเพศต่อเด็ก ไปจนถึงการเหยียดชาติเหยียดชนชั้นอีกด้วย

 

Yaoi กับการเข้าสู่โลกสมัยใหม่

ถึงแม้ว่าการ์ตูน Yaoi อย่าง Kaze To Ki No Uta จะวางรากฐานให้การ์ตูน Yaoi สามารถโดดขึ้นมาอยู่บนดินเทียบเคียงกับการ์ตูนทั่วไป มิหนำซ้ำยังทำให้เห็นว่า การพูดถึงเรื่องความหลากหลายทางเพศก็สามารถบอกเล่าเรื่องราวที่แข็งแรงได้ ในช่วงปลายยุค 1980 จนถึงช่วงกลาง 1990 เป็นยุคที่การ์ตูนสำหรับเด็กเขียนให้ผู้ชายเป็นใหญ่ ตัวละครหญิงในยุคนั้นต่างเป็นเพียงแค่ตัวละครอ่อนแอหลังฉากและรอคอยให้ผู้ชายมาเป็นผู้ช่วยเหลือ หรือไม่ก็กลายเป็นวัตถุทางเพศไปเลย Yaoi จึงกลายเป็นพื้นที่สำคัญของผู้หญิงในการแสดงพลังของเพศหญิง ทั้งในเชิงเพศสภาพ (การ์ตูน Yaoi ผู้ชายจะถูกกดขี่ทางเพศแทน) หรือแม้แต่ในเชิงธุรกิจ (เนื่องจากคนทำงาน Yaoi มีแต่ผู้หญิง)

Tokyo Babylon
Tokyo Babylon ผลงานของ CLAMP ที่เสนอตัวชัดเจนว่าตัวเอกชายทั้งสองมีความรักกัน แต่ตัวละครหลายตัวในเรื่องกลับสนับสนุน ทั้งยังเป็นการ์ตูนที่ชายเรื่องราวลึกลับ จนทำให้คนอ่านสนุกกับเรื่องได้โดยไม่ต้องมีฉากบนเตียง ภาพจาก Amazon.com

การแบ่งข้างทางเพศในการ์ตูนคงสภาพอยู่ระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งนักเขียนสายเลือดใหม่ในยุค 90s อย่าง Clamp เริ่มเขียนงานในฐานะมืออาชีพ และสร้างผลงานที่ทำให้ ‘ความรักของคนหลากหลายทางเพศ’ เป็นเรื่องปกติในการ์ตูนของพวกเธอมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ชายรักชาย หรือ หญิงรักหญิง หรือแม้แต่รักข้ามเผ่าพันธุ์ Clamp ก็จัดมาให้แล้ว (สนใจลองอ่านรายละเอียดเรื่อง Clamp ที่นี่)

http://www.bc.jpn.org
bc.jpn.org

ในช่วงกลางปี 1990 ที่ Clamp กำลังดังขึ้นมานี่เอง การ์ตูน Yaoi แบบที่นำเสนอเพื่อลูกค้ากลุ่มเกย์ (ด้วยการตีพิมพ์ผ่านหนังสือเกย์) ก็เปิดตัวอย่างชัดเจนในยุคนี้เช่นกัน จึงพอบอกได้ว่าผู้มีเพศสภาพชายได้เข้ามามีส่วนร่วมในตลาดบนดินบ้างหลังจากเดิมที่พวกเขาเองก็มีตัวตนอยู่เฉพาะในฟากโดจิน (Kusomiso Technique ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับฉาก ‘Yaranaika’ เป็นโดจินครับ)

นอกจากนั้นแล้วในช่วงกลางของยุค 1990 การ์ตูนแนว Yuri หรือ หญิงรักหญิง ก็ออกมาให้เห็นในรูปแบบ หนังสือการ์ตูนและอนิเมชั่นมากขึ้น จนทำให้เส้นแบ่งทางเพศในโลกฟากการ์ตูนบางลง และเมื่อเข้าสู่ช่วงต้นของยุค 2000 อินเทอร์เน็ตก็ทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่เข้าใจว่า การ์ตูน Yaoi หรือ Yuri เป็นการ์ตูนทางเลือกแนวหนึ่ง ซึ่งผู้อ่านไม่จำเป็นต้องมีความรู้สึกลำเอียงเข้าเพศใดเพื่อเสพงานเหล่านี้

 

 Yaoi กับคนไทย

Samurai Troopers หนึ่งในการ์ตูนที่ปลุกใจให้สาวๆ ในไทย สนใจโลกฝั่ง Yaoi / ภาพจาก IMDB.com
Samurai Troopers หนึ่งในการ์ตูนที่ปลุกใจให้สาวๆ ในไทย สนใจโลกฝั่ง Yaoi / ภาพจาก IMDB.com

ถึงจุดกำเนิดของ Yaoi จะอยู่ห่างไกลจากชาวไทยไปอีกประเทศ แต่ในความเป็นจริง ชาวไทยอาจไม่ได้ห่างเหินจากเรื่องเหล่านี้มากนัก เพียงแต่เด็กยุค 90s อาจไม่ได้ตั้งใจเสพการ์ตูน Y แบบโดยตรงเท่าใดนัก อย่างสาว Y ที่ผู้เขียนเคยมีโอกาสเสวนามา ก็สนใจการ์ตูน Y จากการที่พวกเธอได้ติดตามการ์ตูนอย่าง เซนต์เซย์ย่า หรือ ซามูไรทรูปเปอร์ แล้วพบว่า ‘มิตรภาพลูกผู้ชายของพวกเขาช่างงดงาม’ จนกลุ่มสาว Y เอาไป ‘จิ้น’ กันต่อว่า หนุ่มๆ ทั้งหลายจะมีชีวิตส่วนตัวแบบใด ซึ่ง หนุ่ม Y ทั้งที่เป็นเกย์ และเป็นชายแท้ๆ หลายๆ ท่าน ก็ไม่ได้เข้าสู่สังคม  Y ด้วยการ์ตูน Yaoi โดยตรงแต่เสพการ์ตูนปกติเหมือนกับสาว Y ที่กล่าวถึงขั้นต้น เช่นกัน

เห็นแบบนี้การ์ตูนเรื่องนี้เพิ่งจบไปในปี 2012 ที่ผ่านมา / ภาพจาก - www.aoikeyasuko.com
เห็นแบบนี้การ์ตูนเรื่องนี้เพิ่งจบไปในปี 2012 ที่ผ่านมา / ภาพจาก – www.aoikeyasuko.com

ส่วนคำถามว่าหนังสือการ์ตูน Yaoi เรื่องไหนที่เข้ามาในประเทศไทยเป็นเรื่องแรก ที่พอจะหาข้อมูลเจอก็คือเรื่อง From Eroica With Love (ใช้ชื่อไทยว่า 2 คนเฉือนคม) ที่นักอ่านหลายคนนึกว่าเป็นเรื่องของพี่น้องผู้ใช้พลังจิตพร้อมกลิ่นอายตลก แต่กลับกลายเป็นว่า ตัวละครเอกคือจอมโจรเอรอยก้าที่เป็นเกย์อย่างเปิดเผยทั้งยังจีบพี่ชายคนโตในกลุ่มสามพี่น้องไปด้วย

ส่วนในฝั่งนักเขียนไทยนั้น ในช่วงต้นยุค 1990s มีเพียงงานใต้ดินที่ทำการ์ตูนติดเรทสำหรับเกย์อย่างชัดเจน แต่งานในลักษณะ Yaoi มาเบิกบานมากขึ้นเมื่อยุคอินเทอร์เน็ตมาถึง ทำให้งาน Yaoi ปรากฏตัวขึ้นมาขายตามงานโดจินชิอยู่บ้าง

ทั้งนี้การ์ตูน Yaoi และ Yuri ได้ห่างหายจากร้านหนังสือการ์ตูนไทยไปช่วงหนึ่ง อันมาจากเหตุ ‘หลุมดำ’ ที่ทำให้สังคมตื่นตูมกับการ์ตูนที่ผิดจากกรอบสังคมเดิม ทำการ์ตูน Yaoi และ Yuri หาซื้อได้ยากในช่วงหนึ่ง

 

โลกปัจจุบัน กับ Yaoi

จากความพยายามในการลดกำแพงและเปิดกว้างทางเพศของคนทั่วโลก ทำให้การ์ตูน Yaoi เริ่มเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็เสพได้ง่าย เนื้อหาเริ่มใกล้ตัวมากขึ้น นำเสนอเรื่องทางเพศน้อยลง ยังมีบ้างเพื่อให้เห็นแนวการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันของกลุ่มคนรักหลากหลายทางเพศมากขึ้น นักเขียนที่เคยบรรเลงปากกาอยู่ในวงการใต้ดิน ก็ผันตัวเองขึ้นมาเขียนงานบนดินมากขึ้น

Kinou Nani Tabeta
morning.moae.jp

เนื้อหาของการ์ตูน Y ที่เดิมนำเสนอเลี่ยงการใช้ชีวิตร่วมกับผู้ที่มีรสนิยมชอบเพศตรงข้าม ในปัจจุบันก็สามารถนำเสนอในประเด็นของการอยู่ร่วมกันได้มากขึ้น เรื่องกิจกรรมทางเพศก็ละทิ้งไปเกือบทั้งหมดได้แล้ว อย่างเรื่อง เมื่อวานเจ๊ทานอะไร ที่เล่าเรื่องเกย์วัยกลางคนใช้ชีวิตในญี่ปุ่นด้วยคำถามคาใจหลายๆ ประการ ซึ่งเป็นการก้าวข้ามประเด็นที่ว่าการ์ตูน Yaoi ต้องมีแต่ตัวละครรูปลักษณ์สวยงามในวัยที่สมบูรณ์ที่สุดเท่านั้น

otouto no otto
anime-planet.com

หรือเรื่อง Otouto no Otto (My Brother’s Husband) ที่กล้าหาญในการนำประเด็นการแต่งงานของคนเพศเดียวกันมาบอกเล่าในประเทศญี่ปุ่น ที่ตอนนี้ก็ยังมีความ ‘ขยะแขยง’ คู่แต่งงานเพศเดียวกันอยู่ โดยเล่าผ่านมุมมองของชาวต่างชาติ จนทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ได้รับรางวัล Excellence Award จากงาน Japan Media Arts Festival ประจำปี 2015
ตอนนี้การ์ตูน Y ไม่ว่าจะ Yaoi หรือ Yuri ก็เริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในสังคมแล้ว สังเกตได้โดยง่ายจากการที่ร้านค้าหลายร้าน เว็บไซต์หลายแห่ง หรือแม้แต่ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ก็ใช้คำว่าเรียก ‘หนังสือ Y’ อย่างเปิดเผย ทั้งที่ยุคหนึ่งเคยต้องเอาของเหล่านี้หลบออกจากหน้าร้าน

Sotus The Series
หนึ่งในละครที่ถูกพัฒนามาจากนิยาย Y / ภาพจาก – Sanook.com

ไม่ใช่เพราะผลทางการตลาด หรือเป็นเพราะคนชอบผู้มีเพศภาวะเดียวเผยตัวกันมากขึ้น แต่เป็นเพราะสังคมเปิดใจให้พื้นที่ให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศมากกว่าสมัยก่อน และงานอย่างการ์ตูน Y หรือ นิยาย Y ก็เป็นวรรณกรรมร่วมสมัยที่สามารถเสพเพื่อความบันเทิงได้

ดังนั้นถ้าหากเราจะเปิดใจให้กับเรื่องรูปถ่ายที่พูดไปตอนต้นบทความในฐานะงานศิลป์ชิ้นหนึ่งก็น่าจะพอได้เช่นกันนะ

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

วิทยาพนธ์ YAOI : การ์ตูนเกย์โดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง โดย ญานาธร เจียรรัตนกุล 

Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed